วันอังคารที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2554
ระบบการบัญชีต้นทุนการผลิต
ระบบบัญชีต้นทุนงานสั่งทำ เป็นระบบการสะสมต้นทุนที่ใช้สำหรับการคำนวณต้นทุน ในลักษณะที่กิจการมีการผลิตสินค้าเพียงชนิดเดียว หรือการผลิตเป็นชุด ๆ ตามคำสั่งซื้อของลูกค้า ซึ่งจะมีความแตกต่างกันออกไปตามลักษณะของการผลิตตามคำสั่งที่ลูกค้าต้องการ การผลิตในลักษณะนี้เราเรียกว่า “งานสั่งทำ” นอกจากนี้ในการผลิตสินค้าให้แก่ลูกค้าแต่ละราย ก็จะมีรูปแบบของสินค้า ต้นทุนที่ใช้ในการผลิต ตลอดจนราคาขายที่แตกต่างกันออกไป ในกรณีที่กิจการมีจำนวนงานสั่งทำจำนวนมาก กิจการอาจจะไม่จำเป็นต้องเปิดบัญชีงานระหว่างทำมากขึ้นตามจำนวนงานสั่งทำก็ได้ แต่จะใช้บัญชีคุมยอดงานระหว่างทำ (Work-in-process control) เพียงบัญชีเดียว และใช้ “บัตรงานสั่งทำ” (Job order cost sheet) ซึ่งเปรียบเสมือนกับเป็นบัญชีย่อย ที่จะแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับต้นทุนที่ใช้ในการผลิตงานสั่งทำแต่ละงาน หากกระบวนการผลิตเกิดสินค้าเสียขึ้น จะพิจารณาต้นทุนที่เกิดว่าควรถือเป็นต้นทุนของสินค้าหน่วยดีหรือไม่ อีกทั้งเมื่อมีสินค้ามีตำหนิจะทำการปรับปรุงแก้ไขให้เป็นสินค้าหน่วยดีโดยมีการเพิ่มต้นทุนส่วนใด ระบบบัญชีต้นทุนช่วงการผลิต เป็นระบบการสะสมต้นทุน หรือการคิดต้นทุนสินค้าในกรณีที่กิจการมีลักษณะการผลิตแบบการผลิตจำนวนมาก (Mass production) หรือการผลิตแบบต่อเนื่อง (Continuous processing) ซึ่งลักษณะการผลิตเหล่านี้จะทำการผลิตสินค้าที่มีลักษณะเดียวกันหรือเหมือนกันจำนวนมากเพื่อรอจำหน่าย รวมทั้งระบบการผลิตและอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ที่ใช้ในการผลิตก็ยากต่อการเปลี่ยนแปลง หรือโยกย้าย ในแต่ละแผนกจึงมีบัญชีงานระหว่างทำของแต่ละแผนก และเมื่อแผนกใดได้ทำการผลิตเสร็จตามหน้าที่ของตนแล้วก็จะทำการโอนต้นทุนพร้อมงานระหว่างทำนั้นไปให้แก่แผนกผลิตถัดไป หรือในกรณีที่เป็นแผนกผลิตสุดท้ายการโอนต้นทุนและงานที่ทำเสร็จแล้ว ก็จะกลายเป็นสินค้าสำเร็จรูป (Finished goods) การคำนวณต้นทุนในแต่ละแผนกต้องแสดงไว้อย่างชัดเจน ในกระบวนการผลิตดังกล่าว จึงมีการจัดทำ “รายงานต้นทุนการผลิต” เพื่อแสดงข้อมูลที่เกิดขึ้นในแต่ละแผนก นอกจากนี้ยังรวมถึงการตรวจสอบการผลิตสินค้าทั้งในระหว่างผลิตและเมื่อผลิตเสร็จ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดของเสีย หรือของระเหยจากกระบวนการผลิตได้ ระบบบัญชีต้นทุนมาตรฐาน เป็นระบบการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนการผลิตของสินค้าตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ล่วงหน้า การกำหนดต้นทุนมาตรฐาน เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการกำหนดประสิทธิภาพ และต้นทุนมาตรฐานของวัตถุดิบทางตรง ค่าแรงงานทางตรง และค่าใช้จ่ายการผลิต ก่อนที่จะเริ่มทำการผลิตจริง เมื่อเริ่มทำการผลิตกิจการก็จะโอนต้นทุนวัตถุดิบทางตรง ค่าแรงงานทางตรง และค่าใช้จ่ายการผลิต เข้าในบัญชีงานระหว่างทำโดยใช้ต้นทุนมาตรฐานที่กำหนดไว้ นอกเหนือจากการบันทึกต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งความแตกต่างระหว่างต้นทุนมาตรฐาน และต้นทุนจริง จะถูกบันทึกไว้เป็นผลต่างระหว่างต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงกับต้นทุนมาตรฐานในลักษณะต่าง ๆ อย่างชัดเจน ซึ่งฝ่ายบริหารสามารถนำไปใช้เพื่อการวางแผน และควบคุมการดำเนินงานของกิจการในอนาคตได้เป็นอย่างดี ซึ่งผลต่างจากการผลิตเกิดจากวัตถุดิบ ค่าแรงงานทางตรง และค่าใช้จ่ายในการผลิต นอกจากนี้การวิเคราะห์ผลต่างยังสามารถประยุกต์ใช้กับการขาย ทั้งในส่วนของกิจการและอุตสาหกรรมโดยรวมได้
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

เป็นเนื้อหาที่ดีมากๆครับ
ตอบลบโพสต์คนแรกเลย ความรู้ทั้งนั้น น่าเรียนๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ชอบๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ตอบลบต้องกด ไลน์
เรื่องนี้กำลังเรียนเลย แต่ไม่ได้ใช้เทคโนโลยี ใช้เขียนอ่ะ
ตอบลบเป็นเนื้อหาที่ดีมาก ตรงกับที่เรียนเลย
ตอบลบเนื้อหาสาระดีมากๆเลยค่ะ กำลังเรียนเรื่องนี้พอดี เป็นประโยชน์มากๆเลยค่ะ
ตอบลบมีสาระดีเกี่ยวกับเนื้อหาที่เรียน
ตอบลบอืม ๆ เห็นด้วยกับทุกโพสเลย นำไปใช้ตอนเรียนได้เลยนะเนี่ย
ตอบลบระบบ ก้อดี นะ แต่จะมีโอกาสได้ใช้หรือเปล่าไม่รู้ อิอิ
ตอบลบมีประโยชน์นะนึกถึงเวลาเรียนเลยอะ
ตอบลบดีนะกำลังเรียนอยู่เลยตอนนี้
ตอบลบน่าสนใจมากเลยค่ะ
ตอบลบดีมากเลย...ตรงกับที่เรากำลังเรียนอยู่เลยค่ะ
ตอบลบดีมากเลยเดี๋ยวนี้มีคอมอะไรๆก็ง่ายขึ้น
ตอบลบบทความน่าสนใจมากจ๊ะ ใช้เป็นประโยชน์ได้มากที่เดียวในการหา ข้อมูลเพิ่ม
ตอบลบดีดี เลย จะได้ไม่ยุ่งยาก
ตอบลบ